ทำความเข้าใจ ‘ESG’ เครื่องมือนำองค์กรสู่การเติบโตที่แข็งแกร่งและยั่งยืน

ESG หรือ แนวคิดการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน เป็นอีกหนึ่งแนวคิดที่กำลังได้รับความสนใจจากองค์กรมากมาย หลายองค์กรเริ่มมีการวางแผนทิศทางและเป้าหมายในระยะยาวขององค์กร เพื่อสร้างการเติบโตที่สมดุลในทุกมิติ อย่างไรก็ตามกลับไม่ใช่ทุกองค์กรที่จะนำ ESG ไปประยุกต์ใช้ได้สำเร็จ นั่นเป็นเพราะอะไร วันนี้เราจะมาค้นหาคำตอบไปพร้อมกัน

เหตุใดองค์กรยุคใหม่ต้องให้ความสำคัญกับ ESG ?

หากจะกล่าวว่า ESG เป็นเทรนด์ใหม่ในการดำเนินธุรกิจก็คงไม่ผิดนัก ในยุคที่สังคมโลกตื่นตัว และให้ความสำคัญกับความโปร่งใส รวมถึงการดำเนินธุรกิจในฐานะของผู้ให้ที่ไม่ได้หวังกอบโกยผลกำไรเพียงอย่างเดียว ผู้ประกอบธุรกิจจึงต้องตอบคำถามให้ได้ว่า จะบริหารองค์กรอย่างไรให้สอดรับกับกระแสความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทั้งในส่วนของลูกค้า ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และสังคม เพื่อให้ธุรกิจยังคงดำเนินต่อไปได้อย่างเข้มแข็ง

ESG คือ แนวคิดการดำเนินธุรกิจในปัจจุบันที่ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงแค่รายได้ทางเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาองค์กรอย่างครอบคลุมในด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล โดยไม่เพียงแต่เป็นการยกระดับภาพลักษณ์ขององค์กรเท่านั้น แต่ยังสร้างความไว้วางใจต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย นักลงทุน รวมถึงยังเป็นการเพิ่มพูนศักยภาพ เพื่อขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความยั่งยืนอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ การดำเนินการด้าน ESG ขององค์กรธุรกิจ ยังส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน ตามแนวทางของสหประชาชาติที่ได้ประกาศ 17 เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ SDGs ซึ่งต้องบรรลุผลสำเร็จในปี 2030 สิ่งนี้ถือเป็นความมุ่งมั่นที่ทุกภาคส่วนให้ความสำคัญ หนึ่งในนั้น คือ ภาคการลงทุน The Global Impact Investing Network ได้ประกาศนโยบายการลงทุนที่ให้ความสำคัญกับการสร้างผลกระทบเชิงบวกกับสังคมและสิ่งแวดล้อมนอกเหนือจากผลประกอบการเพียงอย่างเดียว และยังเชื่อมโยงเป้าหมายของ SDGs กับมิติของ ESG เพื่อให้เกิดความสอดคล้อง มุ่งสู่ทิศทางเดียวกันตามเจตนารมณ์ของประชาคมโลก

ทำความรู้จักกับ ‘ESG Model by FTPI’ ที่จะทำให้รู้จักองค์กรตนเองมากขึ้น

ดังที่กล่าวไปแล้วว่า แม้หลายองค์กรจะมีความมุ่งมั่นในการสร้างความมั่นคงในการดำเนินธุรกิจ และตั้งเป้าหมายที่จะเดินหน้าต่อไปอย่างยั่งยืน แต่กลับไม่ใช่ทุกองค์กรที่จะสามารถทำได้ เพราะเส้นทางที่จะนำพาองค์กรไปสู่เส้นชัยนั้นไม่ง่ายนัก หลายองค์กรยังไม่เข้าใจว่าตนเองควรเริ่มจากจุดไหน มีปัจจัยใดที่ขาดหายไป รวมถึงต้องเพิ่มอะไรจึงจะตามคู่แข่งได้ทัน เพราะเข้าใจในสิ่งเหล่านี้เป็นอย่างดี สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ จึงได้คิดค้นและพัฒนา ESG Model ขึ้น เพื่อช่วยเหลือองค์กรทุกขนาดให้สามารถมองเห็นแนวทาง และเข้าใจปัจจัยที่ส่งผลต่อความยั่งยืนตามแนวคิด ESG ผ่านประเด็นต่าง ๆ อาทิ

ด้านสิ่งแวดล้อม (Environment)

ตรวจสอบความชัดเจนของการเปิดเผยข้อมูลนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงเป็นแนวทางให้องค์กรสามารถวางแผนระบบการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ อย่างเหมาะสม

ด้านธรรมาภิบาลขององค์กร (Corporate Governance)

เจาะประเด็นสาระสำคัญที่ต้องวิเคราะห์ ทั้งในส่วนของลูกค้าและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อวางแผนกลยุทธ์เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ควบคู่กับการบริหารความเสี่ยงในมิติด้านความยั่งยืน

ด้านสังคม (Social)

มุ่งให้ความสำคัญกับการปฏิบัติและเปิดโอกาสในการทำงานแก่บุคลากรที่มีความหลากหลายอย่างเท่าเทียม ป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชนจากองค์กร รวมถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่าง ๆ
“จุดเด่นของโมเดลนี้ คือ การพัฒนาขึ้นมาจากมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้องกับการจัดการธุรกิจเพื่อความยั่งยืน ทั้งจากอเมริกาและยุโรป และยังรวบรวมแนวปฏิบัติจากทั่วโลกที่จะช่วยยกระดับการดำเนินการขององค์กรในมิติต่าง ๆ ให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล”

อย่าลืมว่าการที่องค์กรจะเติบโตได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืนได้นั้น จำเป็นต้องมีครบทั้งความเชื่อมั่นด้านธรรมาภิบาล พร้อมแสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม องค์กรในปัจจุบันจึงควรตื่นตัว และเริ่มต้นนำ ESG มากำหนดในแผนกลยุทธ์เพื่อขับเคลื่อนองค์กรอย่างจริงจัง โดยไม่ปล่อยให้เป็นเพียงแค่กระแสที่ผ่านมาแล้วผ่านไป

ขอบคุณที่มา : MReport