ผู้ผลิตจะปรับใช้อุตสาหกรรม 4.0 ได้อย่างไร ?

หลายคนคงจะคุ้นหูกับคำว่า “Industry 4.0” ที่ปัจจุบันเป็นอีกหนึ่งความท้าทายที่ต้องเผชิญ สำหรับผู้ผลิตและผู้ประกอบการด้านอุตสาหกรรมที่จะต้องทำความเข้าใจแนวคิด พิจารณาความเป็นไปได้ที่จะนำเอาเทคโนโลยีดิจิทัล อินเทอร์เน็ต และการเชื่อมต่ออุปกรณ์ ด้วยโซลูชันที่ทันสมัยมาใช้ในอุตสาหกรรมแทนการทำงานในรูปแบบเดิม เช่น Artificial Intelligence (AI) หรือ Machine Learning (ML), Internet of Things (IoT), Augmented Reality (AR) หรือ Virtual Reality (VR) เพื่อเป็นตัวช่วยในการปรับปรุงกระบวนการผลิตให้สามารถแข่งขันกับตลาดอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนไปได้ และเป็นการมุ่งพัฒนาองค์กรให้ก้าวสู่โรงงานอัจฉริยะ (Smart Factory)

โจทย์ใหญ่ของอุตสาหกรรมการผลิตนี้ที่ต้องพิจารณา ก็คือเป็นการเพิ่มการลงทุน ยกระดับองค์กรเพื่อเข้าสู่ “Smart Manufacturing” ขับเคลื่อนความเปลี่ยนแปลงที่เป็นประโยชน์ต่อองค์กร  และปรับกระบวนการทำงานสู่รูปแบบดิจิทัล (Digital Transformation) เพื่อให้พนักงานทุกคนสามารถเข้าถึงและใช้งานข้อมูลในส่วนที่รับผิดชอบแบบ Real-Time

โดยคาดการณ์ว่าจะมีความเปลี่ยนแปลงสำคัญเมื่อก้าวสู่อุตสาหกรรม 4.0 ด้วยกัน 5 ประการ ประกอบด้วย 

  • อุตสาหกรรมการผลิตจะปรับตัวเป็น “โรงงานอัจฉริยะ (Smart Factory)” อย่างเต็มรูปแบบ
  • องค์กรเริ่มตื่นตัวและตระหนัก (The Fear of Missing Out) ถึงการปรับเปลี่ยนสู่ระบบดิจิทัล เพื่อเพิ่มโอกาสการแข่งขันทางธุรกิจ 
  • Big Data หรือ ข้อมูลขนาดใหญ่จะกลายเป็นศูนย์กลางของทุกสิ่ง ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่อุตสาหกรรมการผลิตที่มีการทำงานแบบโรงงานอัจฉริยะ ทำให้ข้อมูลจากทุกส่วนงานสามารถนำมาใช้ร่วมกันกับเทคโนโลยีได้
  • การนำระบบ Automation และ Machine Vision มาใช้เพื่อช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการทำงาน ส่งเสริมแรงงานมนุษย์ในการขับเคลื่อนธุรกิจทางองค์กร
  • ปัญหาการขาดแคลนแรงงานในการผลิตจะมีแนวโน้มสูงขึ้น การนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้จึงสำคัญและเป็นความจำเป็นต่อกระบวนการผลิต

วิธีก้าวไปสู่อุตสาหกรรม 4.0 (How to start with Industry 4.0) 

แม้ว่าจะมีเทคโนโลยีที่หลากหลายให้เลือก แต่ก้าวแรกเป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก ซึ่งผู้ผลิตจะต้องดำเนินการตรวจสอบวิเคราะห์กิจการ (Due Diligence) เพื่อให้มองเห็นถึงโอกาสในการปรับปรุงจุดอ่อนทางธุรกิจ และความท้าทายในการดำเนินงาน ผลสรุปที่ได้จากการวิเคราะห์ผู้ใช้งานจริงรวมไปถึงกลุ่มเป้าหมายที่มีแนวโน้มจะเป็นผู้ใช้งานในอนาคต (Persona-based) ที่เครือข่ายผู้ใช้ทางธุรกิจทั้งผู้ปฏิบัติงานส่วนหน้า หัวหน้างาน ผู้จัดการ และผู้บริหารสามารถเข้าถึงได้  

การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี 4.0 เหล่านี้จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถคาดการณ์การเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นและวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกขององค์กร ส่งผลให้เกิดแผนงานอย่างเป็นระบบพร้อมขั้นตอนและผลลัพธ์ เพื่อยกระดับกระบวนการทำงานไปอีกขั้น 

ผสานเทคโนโลยีเข้ากับการดำเนินงานในแต่ละวัน (Integrating technology into day-to-day operations)

ในปัจจุบัน อุตสาหกรรมมีการเปลี่ยนแปลงไปสู่ระบบดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง แต่ประเด็นสำคัญที่ควรมุ่งเน้น คือ “เทคโนโลยีสามารถประยุกต์ใช้กับการดำเนินงานในแต่ละวันได้อย่างไร?” 

ในการทำงานแบบใหม่ด้วย Digital strategy คือการทำ Business strategy ที่นำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาประยุกต์ใช้ในองค์กร รวมเข้ากับกลยุทธ์การปฏิบัติการ (Operation strategy) เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ในการปฏิบัติการ และพนักงานในสายการผลิตจะต้องเห็นด้วยกับ Digital Solutions นี้ รวมไปถึงการพูดคุยหารือเกี่ยวกับการปรับใช้โซลูชันที่เหมาะสมจะช่วยให้การทำงานประจำวันง่ายขึ้นอย่างมาก

การนำศักยภาพของ Industry 4.0 มาใช้จะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานผลิตในทุกด้าน ซึ่งครอบคลุม วิศวกรรมกระบวนการผลิต  ระบบการผลิต มาตรฐานคุณภาพของผลิตภัณฑ์ การบำรุงรักษา ความปลอดภัยของพนักงาน  คลังสินค้า การบริการหลังการขาย และความยั่งยืน เทคโนโลยีจะช่วยให้สามารถนำผลิตภัณฑ์ใหม่ออกสู่ตลาดได้เร็วขึ้น ในขณะที่การดำเนินงานยังคงมีความปลอดภัย มีประสิทธิภาพมากขึ้น และมีต้นทุนที่ต่ำลง

ในการเริ่มต้นนำเทคโนโลยีเข้ามาปรับใช้กับผู้ปฏิบัติงานสิ่งแรกที่ต้องมุ่งเน้น คือ ข้อมูลในการดำเนินงานต้องเข้าถึงได้ จึงจะทำให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถนำข้อมูลเชิงลึกมาวิเคราะห์ปัญหาแก้ไข และปรับปรุงข้อผิดพลาดต่าง ๆ ได้ 

กุญแจสำคัญ คือ การทำให้ความรู้และข้อมูลเชิงลึกเหล่านั้นพร้อมสำหรับพนักงานทั่วทั้งองค์กร  สามารถเข้าถึงได้แบบ Real-Time โดยเฉพาะผู้ปฏิบัติงานในส่วนของการผลิต การพูดคุยทำความเข้าใจกับผู้ที่ปฏิบัติงานจริงเท่านั้น ถึงจะสามารถสานต่อโซลูชันเทคโนโลยีที่ใช้งานได้จริง เพื่อแก้ไขปัญหาการทำงานในแต่ละวัน

ด้วยข้อมูลพื้นฐานที่พร้อมใช้งานนี้ ผู้ผลิตจะสามารถสร้างโซลูชันที่ผสานเข้ากับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีได้ ไม่ว่าจะเป็นการประมวลผลและการวิเคราะห์บน Cloud, AI หรือ Machine Learning 

มีผู้ผลิตจำนวนมากทั่วโลกกำลังพยายามหาโซลูชัน Digital ต่างๆ เพื่อประยุกต์ใช้กับโรงงานผลิตตลอดจนการเปลี่ยนเป็น  ‘โรงงานอัจฉริยะ (Smart Factory)’ ซึ่งมีการติดตั้งเซ็นเซอร์ขั้นสูง หุ่นยนต์และซอร์ฟแวร์ต่าง ๆ ที่สามารถรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อความสามารถในการตัดสินใจได้ดีขึ้น

“Digital Twin” หรือการจำลองสถานการณ์สมมติแบบ What-if (What-if Analysis) ได้สร้างชื่อเสียงอย่างมากในภาคอุตสาหกรรมและการผลิต  สามารถวางแผนปรับกระบวนการให้เหมาะสม นอกจากนี้ยังสามารถใช้ Digital Twins เพื่อช่วยฝึกผู้ปฏิบัติงานและวิศวกรได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการโต้ตอบและทำ Scenario Test แบบดิจิทัล หรือจัดการสภาพแวดล้อมเพื่อวัดผลกระทบ ทำให้พนักงานสามารถเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วและเข้าถึงโซลูชันมากขึ้น

ยังมีเครื่องมือต่าง ๆ มากมายที่เป็นตัวกำหนดรูปแบบการผลิตซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิวัติอุตสาหกรรมในยุค 4.0 นี้ จากที่กล่าวมาข้างต้นเป็นเพียงกรณีของการนำเทคโนโลยีและโซลูชันการทำงานไปปรับใช้ในหน่วยงานหรือองค์กรที่มีความเข้ากัน ในปัจจุบันเทคโนโลยียังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่องและผู้ให้บริการเริ่มนำเสนอโซลูเฉพาะด้านอุตสาหกรรมมากขึ้น ในขณะที่การยอมรับการนำเทคโนโลยีเข้ามาปรับใช้ยังไม่แพร่หลายมากนัก แต่ในอนาคตเราจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงในการนำเทคโนโลยีอุตสาหกรรม 4.0 มาใช้เป็นจำนวนมากอย่างแน่นอน

บทสรุปของการกระตุ้นการปฏิวัติด้านอุตสาหกรรมเพื่อก้าวสู่ Industry 4.0 ผู้ผลิต และผู้ประกอบการต้องเตรียมรับมือ และมีแผนรองรับในเรื่องของแรงงานทักษะ ความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีเพื่อให้สอดคล้องกับการพัฒนาอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรม ซึ่งผู้ปฏิบัติงานหรือพนักงานในหน่วยเองก็ต้องมองเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงเช่นกัน จึงจะพร้อมต่อการปรับตัว การเข้าถึงเทคโนโลยีที่เท่าเทียมกันเป็นสิ่งที่จำเป็นในการปรับปรุงทักษะของพนักงาน และการฝึกอบรมในระดับภูมิภาค ซึ่ง “ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้สามารถรอดจากการปฏิวัติทางอุตสาหกรรมครั้งใหม่นี้ได้ คือ การเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีและการพัฒนาทักษะ ขีดความสามารถ เพื่อให้องค์กรสามารถคิดค้น สร้างรูปแบบธุรกิจใหม่จากความคิดเดิมได้เร็วขึ้น”

ขอบคุณที่มา
M Report
Sumipol